Home » health news » ไทยติด 1 ใน 14 ประเทศปัญหาป่วยวัณโรครุนแรง

ไทยติด 1 ใน 14 ประเทศปัญหาป่วยวัณโรครุนแรง

ไทยติด 1 ใน 14 ประเทศปัญหาป่วยวัณโรครุนแรง ตั้งเป้าลดติดเชื้อกลุ่มบุคลากรการแพทย์ไม่เกิน 5% ห่วงบุคลากรทางการแพทย์ป่วยวัณโรค เหตุเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อจากผู้ป่วยสูง ทั้งสถิติผู้ป่วยวัณโรคในเมืองไทยติดอันดับโลก 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรง เหตุกระทบต่อการปฏิบัติงานรักษาผู้ป่วย ตั้งเป้าปี 2561 รณรงค์ลดอัตราป่วยของบุคลากรทางการแพทย์ไม่เกินร้อยละ 5 และลดอัตราป่วยวัณโรครายใหม่ไม่เกินร้อยละ 1

กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนาวิชาการนานาชาติ ความร่วมมือในการดูแลสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์ ครั้งที่ 10 ประเด็นการลดอัตราการติดเชื้อวัณโรคในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อวัณโรคสูง โดยมีนายแพทย์ เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์จาก 33 ประเทศทั่วโลกร่วมประชุมจำนวนกว่า 200 คน นายแพทย์ เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย ได้รับบริการสุขภาพที่ดี และบุคลากรสาธารณสุขปลอดโรค จากการสำรวจของสำนักบริหารการสาธารณสุขในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปในเดือนกรกฎาคม 2560 พบว่ามีบุคลากรป่วยเป็นวัณโรคจำนวน 235 ราย บางโรงพยาบาลมีบุคลากรป่วยเป็นวัณโรครายใหม่สูงถึง 21 ราย รวมทั้งที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโลกที่กรุงมอสโก เมื่อพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา มีมติลดการติดโรควัณโรคในบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น ในปี 2561 กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป “ลดโรค” หรือลดอัตราการป่วยด้วยวัณโรคในบุคลากรสถานบริการให้ไม่เกินร้อยละ 5 และ “ลดเสี่ยง” หรือลดอัตราป่วยวัณโรครายใหม่ไม่เกินร้อยละ 1 “สถานการณ์วันโรคในประเทศไทยค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ประเทศไทยติด 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรง มีอัตราป่วยวัณโรคสูงถึง 171 คนต่อประชากร 100,000 คน ที่สำคัญผู้ป่วยวัณโรคเกินกว่าครึ่งหนึ่งไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย จึงไม่มารับการรักษาทำให้แพร่เชื้อติดต่อได้ง่าย หากไม่จัดการควบคุม วัณโรคจะเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงในอนาคต จึงต้องรณรงค์ลดอัตราป่วยวัณโรคให้ลดลง” นายแพทย์ เจษฎากล่าว . ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth